นายทะเบียนฯ ไม่รับจดแจ้งชื่อพรรคคอมมิวนิส์แห่งประเทศไทย

นายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่รับจดแจ้งชื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมือง เป็นปฏิปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง แถลงกรณีมีกลุ่มการเมืองยื่นขอจดจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ชื่อและสัญลักษณ์ที่กลุ่มการเมืองได้ยื่นขอขัดต่อกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 18 วรรคสาม ที่ระบุว่า ชื่อ ชื่อย่อ ภาพ เครื่องหมายของพรรคการเมือง ที่ขอจดจัดตั้งนั้นต้องไม่มีลักษณะตามมาตรา 14 ใน ข้อ 1.ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จึงจะทำหนังสือแจ้งผู้จดแจ้งชื่อว่าไม่สามารถรับจดแจ้งชื่อพรรคการเมืองดังกล่าวได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้ตัดสิทธิคนกลุ่มดังกล่าวที่อาจจะมายื่นขอจดจัดตั้งในชื่อใหม่ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิจะตั้งพรรคการเมือง แต่สิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

“การขอจดจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะไม่ได้พิจารณาเฉพาะชื่อ ชื่อย่อ สัญลักษณ์ ของพรรคเท่านั้น แต่จะดูถึงอุดมการณ์และนโยบายที่พรรคจะดำเนินการเมื่อมีการประชุมสมาชิก 500 คนแล้วมีการรับรองข้อบังคับพรรคต่าง ๆ ซึ่งหากภายหลังนายทะเบียนพรรคการเมืองพบว่าเข้าลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ก็อาจไม่รับจดแจ้งเป็นพรรคการเมืองได้” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการยื่นขอจดจัดตั้งพรรคจนถึงขณะนี้มีทั้งหมด 65 พรรคการเมือง ซึ่งยังไม่มีกลุ่มการเมืองใดที่นายทะเบียนฯ ออกหนังสือรับแจ้งการตั้งพรรคการเมือง (ใบ พ.ก.7/2 ) เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ร่วมจดจัดตั้ง แต่ทุกกลุ่มสามารถที่จะดำเนินการยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขออนุญาตจัดประชุมสมาชิกพรรคผ่านทาง กกต.ได้เลย และเมื่อ คสช.อนุญาต ก็จะมีหนังสือแจ้งตรงไปยังกลุ่มการเมืองนั้น ๆ

ด้านนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มี 10 กลุ่มการเมืองที่ยื่นหนังสือขออนุญาตผ่านมาทาง กกต.แล้ว แต่มีเพียง 1 พรรคการเมือง คือ พรรคทางเลือกใหม่เท่านั้นที่ คสช.มีหนังสืออนุญาตให้จัดประชุมในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งในวันดังกล่าว กกต.คงไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์ เพราะนายทะเบียนฯ จะมีวิธีตรวจสอบอยู่แล้ว รวมทั้งคิดว่าการจัดประชุมควรเป็นเรื่องภายในของพรรคที่ต้องดำเนินการเอง.-สำนักข่าวไทย